ร้านอาหาร ร้านโชห่วย สมัครไทยช่วยไทยพลัสได้ไหม? รวมคำตอบที่หลายคนสงสัย

ใกล้เปิดลงทะเบียนแล้ว สำหรับโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรูปแบบใหม่ที่รัฐช่วยจ่าย 60% และประชาชนร่วมจ่าย 40% ซึ่งไม่ใช่แค่ประชาชนที่ต้องลงทะเบียน แต่ “ร้านค้า” ที่ต้องการเข้าร่วมโครงการก็ต้องตรวจสอบคุณสมบัติให้พร้อมเช่นกัน

หลายร้านเริ่มสงสัยว่า ร้านของตัวเองสมัครได้หรือไม่ ต้องลงทะเบียนใหม่ไหม และต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง โดยเฉพาะร้านค้าที่เคยเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งในอดีต

ร้านค้าแบบไหน สมัครไทยช่วยไทยพลัสได้?

เบื้องต้น ร้านค้าที่สามารถเข้าร่วมโครงการได้ จะต้องเป็นร้านค้าที่จำหน่ายสินค้า อาหาร เครื่องดื่ม หรือบริการทั่วไป และมีหน้าร้านชัดเจน รวมถึงสามารถรับชำระผ่านแอป “ถุงเงิน” ได้

ตัวอย่างร้านค้าที่สมัครได้ เช่น

  • ร้านอาหาร
  • ร้านกาแฟ
  • ร้านโชห่วย
  • ร้านขายของชำ
  • ร้านเสื้อผ้า
  • ร้านเสริมสวย
  • ร้านขายสินค้า OTOP
  • ร้านค้าท้องถิ่นทั่วไป

รวมถึงร้านค้าที่เชื่อมกับระบบ Food Delivery บางแพลตฟอร์ม ก็สามารถเข้าร่วมได้เช่นกัน โดยจะเริ่มใช้สิทธิผ่านเดลิเวอรีได้ช่วงกลางเดือนมิถุนายน

ร้านแบบไหน “สมัครไม่ได้”?

แม้โครงการจะเปิดกว้าง แต่ก็มีร้านค้าบางประเภทที่อาจไม่ผ่านเงื่อนไข เช่น

  • ร้านที่ไม่มีหน้าร้านจริง
  • ร้านที่ไม่สามารถยืนยันตัวตนเจ้าของกิจการได้
  • ร้านที่เข้าข่ายธุรกิจผิดกฎหมาย
  • ร้านที่เคยถูกระงับสิทธิจากโครงการรัฐก่อนหน้า
  • ร้านค้าที่ไม่ผ่านการตรวจสอบจากหน่วยงานรัฐ

นอกจากนี้ ร้านค้าบางประเภทอาจถูกจำกัดการใช้สิทธิ เช่น สินค้าแอลกอฮอล์ บุหรี่ หรือบริการที่ไม่เข้าเงื่อนไขของรัฐ

ร้านค้าเก่า ต้องสมัครใหม่ไหม?

สำหรับร้านค้าที่เคยเข้าร่วมโครงการ “คนละครึ่งพลัส” หรือโครงการรัฐก่อนหน้า อาจไม่จำเป็นต้องสมัครใหม่ทั้งหมด โดยสามารถกดยืนยันเข้าร่วมผ่านแอป “ถุงเงิน” ได้เลย ตั้งแต่วันที่ 25 พฤษภาคม 2569 เป็นต้นไป

ส่วนร้านค้ารายใหม่ที่ไม่เคยเข้าร่วมมาก่อน ต้องลงทะเบียนใหม่ พร้อมส่งเอกสารและรอการตรวจสอบคุณสมบัติจากภาครัฐ

ลงทะเบียนร้านค้าไทยช่วยไทยพลัส ต้องเตรียมอะไรบ้าง?

เอกสารที่ร้านค้าควรเตรียม ได้แก่

  • บัตรประชาชนเจ้าของร้าน
  • รูปถ่ายหน้าร้าน
  • เลขบัญชีธนาคาร
  • เบอร์โทรศัพท์ที่ใช้งานได้
  • เอกสารยืนยันกิจการ (กรณีมี)

บางพื้นที่อาจต้องมีเจ้าหน้าที่ลงตรวจสอบหน้าร้านจริง เพื่อยืนยันว่าประกอบกิจการอยู่จริงก่อนอนุมัติเข้าร่วมโครงการ

สรุป

“ไทยช่วยไทยพลัส” ถือเป็นโอกาสสำคัญสำหรับร้านค้ารายย่อย เพราะช่วยเพิ่มยอดขายและกระตุ้นกำลังซื้อจากประชาชนได้โดยตรง แต่ก่อนสมัครควรตรวจสอบเงื่อนไขให้ครบ โดยเฉพาะเรื่องประเภทกิจการและระบบแอป “ถุงเงิน”

ร้านค้าไหนที่เตรียมตัวเร็ว อัปเดตข้อมูลครบ และยืนยันตัวตนเรียบร้อย ก็มีโอกาสเข้าร่วมโครงการได้ง่ายขึ้น และพร้อมรับลูกค้าทันทีเมื่อโครงการเริ่มใช้งานจริง